BKK
เมล็ดพันธุ์ข้าวญี่ปุ่น(กวก.2) บรรจุ 1 Kg. พันธุ์ข้าวอย่างดี คัดพิเศษ ปลูกได้ตลอดปี ปลูกเองขายเองโดยวิธีธรรมชาติ - รูปที่ 1
เมล็ดพันธุ์ข้าวญี่ปุ่น(กวก.2) บรรจุ 1 Kg. พันธุ์ข้าวอย่างดี คัดพิเศษ ปลูกได้ตลอดปี ปลูกเองขายเองโดยวิธีธรรมชาติ - รูปที่ 2
เมล็ดพันธุ์ข้าวญี่ปุ่น(กวก.2) บรรจุ 1 Kg. พันธุ์ข้าวอย่างดี คัดพิเศษ ปลูกได้ตลอดปี ปลูกเองขายเองโดยวิธีธรรมชาติ - รูปที่ 3
เมล็ดพันธุ์ข้าวญี่ปุ่น(กวก.2) บรรจุ 1 Kg. พันธุ์ข้าวอย่างดี คัดพิเศษ ปลูกได้ตลอดปี ปลูกเองขายเองโดยวิธีธรรมชาติ - รูปที่ 4
เมล็ดพันธุ์ข้าวญี่ปุ่น(กวก.2) บรรจุ 1 Kg. พันธุ์ข้าวอย่างดี คัดพิเศษ ปลูกได้ตลอดปี ปลูกเองขายเองโดยวิธีธรรมชาติ - รูปที่ 5
เมล็ดพันธุ์ข้าวญี่ปุ่น(กวก.2) บรรจุ 1 Kg. พันธุ์ข้าวอย่างดี คัดพิเศษ ปลูกได้ตลอดปี ปลูกเองขายเองโดยวิธีธรรมชาติ - รูปที่ 6
เมล็ดพันธุ์ข้าวญี่ปุ่น(กวก.2) บรรจุ 1 Kg. พันธุ์ข้าวอย่างดี คัดพิเศษ ปลูกได้ตลอดปี ปลูกเองขายเองโดยวิธีธรรมชาติ - รูปที่ 7

เมล็ดพันธุ์ข้าวญี่ปุ่น(กวก.2) บรรจุ 1 Kg. พันธุ์ข้าวอย่างดี คัดพิเศษ ปลูกได้ตลอดปี ปลูกเองขายเองโดยวิธีธรรมชาติ

2 ขายแล้ว
฿125 ฿62 SAVE 50%

โปรโมชั่นจำกัดเวลา สั่งซื้อด่วนก่อนสินค้าหมด!

ร้านค้า Amporn_4289
แบรนด์NoBrand
การจัดส่ง ส่งฟรีทั่วไทย

รายละเอียดสินค้า

เมล็ดพันธุ์ข้าวญี่ปุ่น(กวก.2) บรรจุ 1 Kg. พันธุ์ข้าวอย่างดี คัดพิเศษ ปลูกได้ตลอดปี ปลูกเองขายเองโดยวิธีธรรมชาติ ราคาพิเศษ โปรโมชั่นเปิดร้าน บรรจุ 1 กิโลกรัม ราคา 125 บาท บรรจุ 5 กิโลกรัม ราคา 600 บาท มีสต๊อคพร้อมจัดส่งทั่วประเทศค่ะ ชื่อพันธุ์ - ข้าวญี่ปุ่น(กวก.2) ชนิด - พันธุ์ข้าวเจ้านาสวน ประวัติ พ.ศ. 2507 สถาบันวิจัยข้าว เริ่มดำเนินงานเพื่อศึกษาหาข้อมูลเบื้องต้น ตลอดจนความเป็นไปได้ในการปลูกข้าวญี่ปุ่น พ.ศ. 2530 สถานีทดลองข้าวพาน (จ.เชียงราย)ได้รวบรวมพันธุ์ข้าวญี่ปุ่นจากแหล่งต่างๆ และส่วนหนึ่งรับเมล็ดพันธุ์ข้าว เพิ่มเติมจากอดีตผู้เชี่ยวชาญพิเศษด้านข้าว (นายประพาส วีระแพทย์) เพื่อนำไปปลูกขยายเมล็ดพันธุ์ พ.ศ. 2531 – 2532 ปลูกศึกษาพันธุ์ขั้นต้นที่สถานีทดลองข้าวพาน (จ.เชียงราย) จำนวน 96 พันธุ์ โดยพิจารณาคัดเลือก ไว้ดำเนินการศึกษาพันธุ์ต่อจำนวน 44 พันธุ์ พ.ศ. 2532 – 2533 ปลูกศึกษาพันธุ์ขั้นสูงที่สถานีทดลองข้าวพาน (จ.เชียงราย) และสถานีทดลองข้าวสันป่าตอง (จ.เชียงใหม่) พ.ศ. 2533 – 2534 ปลูกเปรียบเทียบพันธุ์ระหว่างสถานี พ.ศ. 2534 – 2538 ปลูกทดสอบผลผลิตในนาเกษตรกรในหลายจังหวัดพร้อมทั้งบันทึกผลผลิตลักษณะทางการเกษตรที่สำคัญ ข้อมูลอุตุนิยมวิทยาในช่วงฤดูปลูก ตรวจสอบคุณภาพเมล็ดทางกายภาพ และทางเคมี ตลอดจนทดสอบปฏิกิริยาต่อโรคและแมลง พบว่าพันธุ์อกิตะโกมาชิ (Akitakomachi) มีคุณภาพใกล้เคียงกับพันธุ์โคชิฮิการิ (Koshihikari) ซึ่งเป็นข้าวชั้น 1 ของญี่ปุ่น มีความเหมาะสมและปลูกได้ดีในเขตภาคเหนือตอนบน ภาคเหนือตอนล่างและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน พ.ศ. 2538 คณะกรรมการวิจัยและพัฒนา*กรมวิชาการเกษตร (*กวก.) มีมติให้เป็น พันธุ์แนะนำเมื่อวันที่ 22กันยายน 2538 ลักษณะเด่น - เป็นข้าวเจ้านาสวน ไม่ไวต่อช่วงแสง สูงประมาณ 80 เซนติเมตร ปลูกได้ตลอดปี - อายุเก็บเกี่ยวประมาณ 117 วัน - ต้นแข็ง ทรงกอตั้งตรง ใบแก่ช้าสีเขียวและมีขน กาบใบและปล้องสีเขียว ใบธงค่อนข้างตั้งตรง รวงแน่น ระแง้ถี่คอรวงสั้น - เมล็ดข้าวเปลือกสีฟาง มีขนสั้น ยอดเมล็ดสีฟาง มีหางบางเมล็ด - ผลผลิตเฉลี่ยประมาณ 707 กิโลกรัมต่อไร่ - สามารถปรับตัวได้ดีในพื้นที่ดินนาเขตภาคเหนือตอนบน - คุณภาพการหุงต้มและรับประทานดี ตรงตามมาตรฐาน สำหรับผู้บริโภคข้าวญี่ปุ่น - ราคาสูงกว่าข้าวทั่วไป ข้อควรระวัง - ในสภาพที่มีอากาศร้อนและความชื้นสูงจะไม่ต้านทานโรคไหม้ ร้านคำแก้ว 4289 ของดี ของเด่น ต.ดอยงาม อ.พาน จ.เชียงราย 57120 เต็มใจบริการค่ะ :) ***พันธุ์ข้าวญี่ปุ่นพื้นฐาน 1.โคชิฮิคาริ (Koshihikari) เป็นหนึ่งในพันธุ์ข้าวที่มีชื่อเสียงและพรีเมี่ยมที่สุด ปลูกในหลากหลายภูมิภาค รวมถึงนีงาตะ (Niigata) โดยขึ้นชื่อในเรื่องรสชาติหอมหวานและเนื้อสัมผัสที่เหนียว แหล่งกำเนิด: โคชิฮิคาริได้รับการปลูกครั้งแรกในปี 1956 ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์จากสายพันธุ์ผสมข้ามในญี่ปุ่น ชื่อนี้ได้มาจากจังหวัดโคชิที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ ซึ่งรวมถึงบางส่วนของนีงะตะในยุคปัจจุบัน ซึ่งเป็นภูมิภาคที่มีชื่อเสียงในด้านข้าวคุณภาพสูงเนื่องจากมีสภาพภูมิอากาศและแหล่งน้ำที่อุดมสมบูรณ์ ลักษณะเฉพาะ: ขึ้นชื่อเรื่องรสชาติที่สมดุล ความหวานที่ละมุน และเนื้อสัมผัสที่มีความเหนียว จะโปร่งแสงเมื่อยังดิบอยู่ และมีลักษณะเป็นมันเงาสวยงามเมื่อปรุงสุกแล้ว การใช้งาน: เหมาะสำหรับซูชิ โอนิกิริ (ข้าวปั้น) และเป็นกับข้าวสำหรับอาหารญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมได้ เกร็ดความรู้: โคชิฮิคาริมักเรียกกันว่าเป็น "king of rice" เนื่องจากมีรสชาติและเนื้อสัมผัสที่เหนือกว่า ชื่อโคชิฮิคารินี้แปลได้ว่า "แสงแห่งโคชิ" ซึ่งหมายถึงจังหวัดโคชิโบราณ ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของแสงนั้น หลายภูมิภาคปลูกข้าวโคชิฮิคาริ แต่ข้าวพันธุ์นีงะตะจะมีชื่อเสียงเป็นพิเศษและมักถือว่าดีที่สุด 2.ซาซานิชิกิ (Sasanishiki) เป็นพันธุ์ข้าวที่มีเนื้อสัมผัสที่เหนียวน้อยกว่าของโคชิฮิคาริเล็กน้อย เป็นที่นิยมในจังหวัดมิยางิ แหล่งกำเนิด: ถูกพัฒนาขึ้นในช่วงกลางศตวรรษที่ 20 ซาซานิชิกิได้รับความนิยมเป็นพิเศษในช่วงทศวรรษปี 1980 และเป็นผลิตภัณฑ์จากจังหวัดมิยางิ ลักษณะเฉพาะ: ขึ้นชื่อเรื่องการดูดซึมน้ำและการกักเก็บน้ำที่ดี ทำให้รู้สึกเต็มปากเต็มคำ มีความเหนียวที่น้อยกว่าและทนความหนาวเย็นได้ดีกว่า จึงเหมาะสำหรับการเพาะปลูกในภาคเหนือของญี่ปุ่น การใช้งาน: นิยมใช้กับโอนิกิริ (ข้าวปั้น) เนื่องจากมีเนื้อสัมผัสที่เหนียวน้อยกว่าเล็กน้อย เกร็ดความรู้: ความนิยมของซาซานิชิกิลดลงหลังจากฤดูหนาวในปี 1993 พืชผลได้รับความเสียหาย แต่กลับสามารถกลับมาครองตำแหน่งในตลาดได้ในปัจจุบัน 3.อาคิตะโคมาจิ Akitakomachi *** ตามชื่อเลย เป็นข้าวพันธุ์พิเศษของจังหวัดอาคิตะ มีเนื้อสัมผัสและรสชาติคล้ายกับโคชิฮิคาริ แหล่งกำเนิด: มาจากสายพันธุ์โคชิฮิคาริ แต่มีถิ่นกำเนิดในจังหวัดอาคิตะ ลักษณะเฉพาะ: รสชาติและเนื้อสัมผัสคล้ายคลึงกับโคชิฮิคาริ โดยมีการเปลี่ยนแปลงตามภูมิภาคเล็กน้อย เม็ดข้าวจะมีลักษณะที่จะอวบอ้วนและมีความเหนียวกว่าเล็กน้อย การใช้งาน: เหมาะสำหรับอาหารหลากหลายประเภท เช่น ซูชิ โอนิกิริ และดงบุริ เกร็ดความรู้: ชื่อ "โคมาจิ" หมายถึงโอโนะ โนะ โคมาจิ นักกวีชื่อดังจากอาคิตะที่โด่งดังในเรื่องความงาม เป็นการยกย่องลักษณะที่น่าดึงดูดของข้าวพันธุ์นี้

สินค้าที่คุณอาจสนใจ

สั่งซื้อเลยที่ Shopee