BKK
คำอธิบายประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วย ผลและความระงับแห่งหนี้ จรัญ ภักดีธนากุล - รูปที่ 1
คำอธิบายประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วย ผลและความระงับแห่งหนี้ จรัญ ภักดีธนากุล - รูปที่ 2

คำอธิบายประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วย ผลและความระงับแห่งหนี้ จรัญ ภักดีธนากุล

4 ขายแล้ว
฿290 ฿145 SAVE 50%

โปรโมชั่นจำกัดเวลา สั่งซื้อด่วนก่อนสินค้าหมด!

ร้านค้า ร้าน hon
แบรนด์NoBrand
การจัดส่ง ส่งฟรีทั่วไทย

รายละเอียดสินค้า

คำอธิบายประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วย ผลและความระงับแห่งหนี้ จรัญ ภักดีธนากุล ผู้แต่ง : จรัญ ภักดีธนากุล ปีที่พิมพ์: ครั้งที่ 5 : 2568 จำนวนหน้า: 353 หน้า ขนาด : 18.5x26 รูปแบบ : ปกอ่อน 9786166234886 honsale คำนำ (จัดพิมพ์ครั้งที่ ๕) ถึงแม้กฎหมายแพ่งลักษณะหนี้จะมีวิวัฒนาการมายาวนานกว่า ๒,๐๐๐ ปี กฎเกณฑ์ ต่าง ๆ ผ่านการคัดกรองและพัฒนาจนสามารถประสิทธิ์ประสาทความถูกต้องเป็นธรรมให้แก่ คู่กรณีที่เกี่ยวข้องและสังคมได้ดีพอสมควร แต่เนื่องจากสถานะทางเศรษฐกิจ สังคม เทคโนโลยี และวิถีชีวิตของผู้คนไม่เคยหยุดนิ่งอยู่กับที่ ตลอดจนสภาพเศรษฐกิจ สังคม เทคโนโลยี และวิถี ชีวิตของผู้คนที่เปลี่ยนแปลงไป การนำหลักกฎหมายลักษณะหนี้ที่มีอยู่เดิมมาปรับใช้กับพฤติกรรม ของผู้คนตลอดจนสภาพเศรษฐกิจและสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป จึงจำเป็นต้องมีการวิเคราะห์และ คำนึงถึงรายละเอียดแห่งข้อเท็จจริงที่ซับซ้อนมากขึ้น เพื่อยังคงให้ผลเป็นความถูกต้องและ เป็นธรรมแก่ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายได้เหมือนเติม ด้วยเหตุนี้ จึงไม่แปลกที่จะต้องมีการแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติกฎหมายขึ้นเป็นครั้งคราว เช่น พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. ๒๕๔๐ พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคตีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ พ.ร.บ.การทวงถามหนี้ พ.ศ. ๒๕๕๘ พ.ร.บ.หลักประกันทางธุรกิจ พ.ศ. ๒๕๕๘ พ.ร.ก.การประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. ๒๕๖๑ พ.ร.บ.คุ้มครองประชาชนในการทำสัญญา ขายฝากที่ดินเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย พ.ศ. ๒๕๖๒ การตรา พ.ร.ก.แก้ไขเพิ่มเติมประมวล กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ใน พ.ศ. ๒๕๖๔ ปรับลดอัตราดอกเบี้ยพื้นฐานและดอกเบี้ยในระหว่าง ผิดนัดลงให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจ และการแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความแพ่ง ว่าด้วยการบังคับคดีตามคำพิพากษาหรือคำสั่งใน พ.ศ. ๒๕๖๐ ซึ่งทำให้ผู้ที่ได้รับ ช่วงสิทธิ และรับโอนสิทธิที่จะได้รับชำระหนี้เงินและทรัพย์เฉพาะสิ่งตามคำพิพากษาสามารถ เข้ามาร้องขอให้บังคับคดีตามคำพิพากษานั้นได้ ถึงแม้เขาจะไม่ใช่คู่ความในคดีนั้นก็ตาม นอกจากนี้ยังปรากฏบรรทัดฐานใหม่ ๆ จากคำพิพากษาฎีกา เช่น คำพิพากษาฎีกาที่ ๕๒๑๐ - ๕๒๑๒/๒๕๖๒ ที่ให้เจ้าหนี้ของผู้ขายฝากใช้สิทธิไถ่ทรัพย์ที่ขายฝากแทนผู้ขายฝากได้ เสมือนการใช้สิทธิเรียกร้องแทนลูกหนี้ และคำพิพากษาฎีกาที่ ๒๐๘๗/๒๕๖๗ ที่ให้สิทธิ นิติบุคคลอาคารชุดที่ได้แจ้งจำนวนหนี้ค่าใช้จ่ายส่วนกลางที่เจ้าของห้องชุดติดค้างมาเกินกว่า ๕ ปี ไปยังพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา ๔๑ วรรคสอง แล้ว ย่อมเป็นเจ้าหนี้บุริมสิทธิเหนือ   สารบาญ   บทที่ ๑ ข้อพิจารณาเบื้องต้น ข้อ ๑ ความสัมพันธ์ระหว่างกฎหมายแพ่งและกฎหมายพาณิชย์ ๑.๑ ความเชื่อมโยง และทับซ้อนกัน ๑.๒ ความผิดแผกแตกต่าง ข้อ ๒ ความสัมพันธ์ระหว่างกฎหมายลักษณะหนี้กับกฎหมายลักษณะทรัพย์สิน ๒.๑ หลักคิด และหลักการพื้นฐานของกฎหมายลักษณะทรัพย์สิน ๒.๒ หลักคิด และหลักการพื้นฐานของกฎหมายลักษณะหนี้ ๒.๓ ความทับซ้อนและเชื่อมโยงกัน ข้อ ๓ โครงสร้างและขอบเขตของกฎหมายลักษณะหนี้ ๓.๓ บ่อเกิดแห่งหนี้ ๓.๒ ผลแห่งหนี้ ๓.๓ ความระงับแห่งหนี้ ข้อ ๔ คู่กรณีอาจตกลงกันให้ผิดแผกแตกต่างไปจากบทกฎหมายลักษณะหนี้ได้ ๔.๑ หลักทั่วไป ๔.๒ ข้อยกเว้น (๑) มาตรา ๑๙๖ วรรคหนึ่ง (๒) มาตรา ๒๒๔ วรรคสอง (๓) หลักสุจริตตามมาตรา ๕ (๔) อำนาจศาลในการลด "เบี้ยปรับ" ที่สูงเกินส่วนตามมาตรา ๓๘๓ วรรคหนึ่ง บทที่ ๒ สภาพบังคับแห่งหนี้ (Force of Obligation) ข้อ ๑ การบังคับชำระหนี้เฉพาะเจาะจง (Specific Enforcement) ๑.๑ สิทธิของเจ้าหนี้ในการฟ้องขอบังคับชำระหนี้เฉพาะเจาะจง (มาตรา ๒๑๓ วรรคหนึ่ง) ๑.๒ วัตถุแห่งหนี้ (มาตรา ๑๙๔) ๑.๓ ทรัพย์ที่เป็นวัตถุแห่งหนี้ (มาตรา ๑๙๕) ข้อ ๒ ผิดนัด ๒.๑ ลูกหนี้ผิดนัด ๒.๑.๑ เหตุแห่งการผิดนัดของลูกหนี้ (มาตรา ๒๐๔ ถึงมาตรา ๒๐๖) ๒.๑.๒ ผลของการผิดนัดของลูกหนี้ (มาตรา ๒๑๕ ถึงมาตรา ๒๑๗ และ มาตรา ๒๒๔ วรรคหนึ่ง เป็นต้น) ๒.๒ เจ้าหนี้ผิดนัด ๒.๒.๑ เหตุแห่งการผิดนัดของเจ้าหนี้ (มาตรา ๒๐๗ ถึงมาตรา ๒๑๒) ๒.๒.๒ ผลของการผิดนัดของเจ้าหนี้ (มาตรา ๒๒๓ และ มาตรา ๓๗๒ วรรคสอง เป็นต้น) ข้อ ๓ กรณีที่เจ้าหนี้ไม่อาจบังคับชำระหนี้เฉพาะเจาะจงได้ ๓.๑ หนี้ในธรรม ๓.๒ สภาพแห่งหนี้ไม่เปิดช่องให้บังคับเฉพาะเจาะจง ๓.๓ การชำระหนี้ตกเป็นพ้นวิสัย ๓.๓.๑ เหตุที่ทำให้การชำระหนี้ตกเป็นพ้นวิสัย : ความหมายและองค์ประกอบ *ต่างจากวัตถุประสงค์แห่งนิติกรรมเป็นพ้นวิสัยตามมาตรา ๑๕๐ ๓.๓.๒ ผลของการชำระหนี้ตกเป็นพ้นวิสัย (๑) กรณีหนี้ฝ่ายเดียว (มาตรา ๒๑๗ ถึงมาตรา ๒๑๙) (๒) กรณีหนี้ต่างตอบแทน (มาตรา ๓๗๐ ถึงมาตรา ๓๗๒) (๓) ผลต่อเนื่องประการอื่น บทที่ ๓ ผู้มีสิทธิบังคับชำระหนี้ หลัก เจ้าหนี้คือผู้มีสิทธิฟ้องบังคับชำระหนี้ เว้นแต่ ... ข้อ ๑ รับช่วงสิทธิ(Subrogation) และช่วงทรัพย์(Substitution of property) ๑.๑ ช่วงสิทธิ : หลักคิดและความหมาย > ต่างจากสิทธิไล่เบี้ย ๑.๑.๑ เหตุที่ทำให้เกิดการรับช่วงสิทธิ (มาตรา ๒๗ มาตรา ๒๒๙ มาตรา ๒๓๐ และมาตรา ๘๘๐) ๑.๑.๒ ผลของการรับช่วงสิทธิ (มาตรา ๒๒๖ วรรคหนึ่ง) ๑.๒ ช่วงทรัพย์ : หลักคิดและความหมาย >ต่างจาก Doctrine of Tracing ของ Common Law และต่างจากแปลงหนี้ใหม่ ๑.๒.๑ เหตุที่ทำให้เกิดช่วงทรัพย์ (มาตรา ๒๒๘ และมาตรา ๒๓๑ ถึงมาตรา ๒๓๒) ๑.๒.๒ ผลของการช่วงทรัพย์ (มาตรา ๒๒๖ วรรคสอง) ข้อ ๒ โอนสิทธิเรียกร้อง (Assignment of Right of Claim) (มาตรา ๓๐๓ ถึงมาตรา ๓๑๓) หลักคิดและความหมาย * ต่างจากการโอนหนี้ และรับช่วงสิทธิ ๒.๑ สิทธิเรียกร้องที่มีตราสารแสดงสิทธิเป็นตราสารเปลี่ยนมือ (Negotiable Instrument) ๒.๑.๑ แบบและวิธีการโอน (มาตรา ๓๐๙ ถึงมาตรา ๓๑๑) ๒.๑.๒ ผลของการโอนโดยชอบ (มาตรา ๓๑๒ และมาตรา ๓๑๓) ๒.๒ สิทธิเรียกร้องที่ไม่มีตราสารแสดงสิทธิเป็นตราสารเปลี่ยนมือ ๒.๒.๑ แบบและวิธีการโอน ๒.๒.๒ ผลของการโอนโดยชอบ (มาตรา ๓๐๕ มาตรา ๓๐๗ และมาตรา ๓๐๘) ข้อ ๓ การใช้สิทธิเรียกร้องของลูกหนี้ (มาตรา ๒๓๓ ถึงมาตรา ๒๓๖) ๓.๑ เงื่อนไขที่ทำให้เจ้าหนี้เข้าใช้สิทธิเรียกร้องของลูกหนี้ได้ (มาตรา ๒๓๓)

สินค้าที่คุณอาจสนใจ

สั่งซื้อเลยที่ Shopee