🎊ล๊อตใหม่ 😍 ถั่ววอลนัท ดิบ เม็ดใหญ่ ไม่ขม 😍 Raw Premium Big Walnut / No Bitter 💝 USA 💝 Natural 100%
฿279
฿139
SAVE 50%
โปรโมชั่นจำกัดเวลา สั่งซื้อด่วนก่อนสินค้าหมด!
ร้านค้า Real.onic Hub
แบรนด์NoBrand
การจัดส่ง ส่งฟรีทั่วไทย
รายละเอียดสินค้า
วอลนัทอาจไม่ใช่ถั่วที่คนไทยนิยมกินกันนัก แต่เจ้าถั่วรูปร่างแปลกตานี้กลับอุดมไปด้วยสารอาหารสำคัญหลายชนิด เช่น วิตามิน เกลือแร่ ใยอาหาร ไขมันดี โอเมก้า 3 และสารต้านอนุมูลอิสระ เป็นต้น นักวิจัยจึงเชื่อว่า วอลนัทอาจช่วยรักษาและป้องกันโรคเบาหวาน ภาวะความดันโลหิตสูง และภาวะไขมันในเลือดสูง อีกทั้งยังเหมาะกับผู้ที่ต้องการลดความอ้วนด้วย เพราะการกินวอลนัทอาจช่วยควบคุมน้ำหนักได้
10 ประโยชน์ของ ถั่ววอลนัท
1. ลดระดับไขมันในเลือด วอลนัทอุดมไปด้วยกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวประมาณ 72% เช่น กรดโอเลอิก การรับประทานถั่ววอลนัทเป็นประจำจะช่วยลดปริมาณไขมันชนิดเลว (LDL) และเพิ่มระดับไขมันชนิดดี (HDL) ในเลือด จึงมีประโยชน์ต่อหลอดเลือดแดงเพราะจะช่วยลดไขมันเลวในหลอดเลือด ทั้งยังช่วยทำให้หัวใจทำงานได้ดีขึ้น
2. เป็นแหล่งของโอเมก้า 3 วอลนัทอุดมไปด้วยกรดไขมันไม่อิ่มตัวและกรดไขมันโอเมก้า 3 ซึ่งจะช่วยลดโอกาสในการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจและโรคหลอดเลือดสมอง ช่วยบํารุงระบบประสาท บำรุงสมอง และช่วยป้องกันการเกิดโรคอัลไซเมอร์
3. อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ วอลนัทอุดมไปด้วยสารไฟโตเคมิคอลหลายชนิดที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ทั้ง เมลาโทนิน, กรดเอลลาจิก, วิตามินอี, แคโรทีนอยด์ และสารประกอบโพลีฟีโนลิก สารประกอบเหล่านี้เป็นที่รู้กันดีว่าช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็ง, ริ้วรอย, การอักเสบและโรคทางระบบประสาท
4. การรับประทานวอลนัทเพียงกำมือเดียวทุกวัน จะช่วยต้านการอักเสบ ลดความดันโลหิต ลดโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหลอดเลือดสมอง และช่วยป้องกันมะเร็งเต้านม มะเร็งลำไส้ใหญ่และมะเร็งต่อมลูกหมาก
5. วอลนัทมีสารโพลีฟีโนลิกสูง ซึ่งเป็นสารที่มีบทบาทสำคัญในการต้านอนุมูลอิสระ เพียงรับประทานวอลนัทวันละ 6-7 ลูก สามารถช่วยป้องกันอนุมูลอิสระที่ก่อให้เกิดโรคร้ายได้
6. อุดมไปด้วยวิตามินอี ซึ่งเป็นตัวต้านอนุมูลอิสระที่สำคัญ ถั่ววอลนัท 100 กรัม มีวิตามินอี 20.83 มิลลิกรัม มีส่วนช่วยลดไขมัน ป้องกันการเกิดการแข็งตัวของเลือด ป้องกันโรคมะเร็งและหัวใจ อีกทั้งยังช่วยในการชะลอวัยและการเกิดริ้วรอยแห่งวัยได้ดี
7. ต้านโรคเบาหวาน การรับประทานวอลนัทยังช่วยคุมเบาหวานชนิดที่ 2 และลดความเสี่ยงในการเกิดโรคเบาหวานได้อีกด้วย เนื่องจากถั่ววอลนัทช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด
8. บำรุงหัวใจ วอลนัทมีโพแทสเซียมสูงจึงช่วยในการควบคุมความดันโลหิต ช่วยควบคุมการเต้นของหัวใจ ลดความเสี่ยงในการเกิดความดันโลหิตและโรคหัวใจ
9. ให้พลังงานสูง วอลนัทเป็นถั่วที่ให้พลังงานสูงมาก ถั่ววอลนัท 100 กรัม ให้พลังงานถึง 654 กิโลแคลอรี
10. บำรุงเชื้ออสุจิ วอลนัทอุดมไปด้วยแร่ธาตุต่างๆมากมาย ทั้งแมงกานีส ทองแดง โพแทสเซียม เหล็ก แมกนีเซียม สังกะสี และซีลีเนียม ซึ่งสังกะสีและโอเมก้า 3 เป็นแร่ธาตุสำคัญที่ช่วยเพิ่มตัวเชื้อและเลือดไปเลี้ยงอวัยวะสืบพันธุ์ ดังนั้นการกินถั่ววอลนัทเป็นประจำช่วยในการผลิตเชื้ออสุจิที่แข็งแรงสมบูรณ์มากขึ้น
Walnuts are an exceptionally nutritious nut. They have higher antioxidant activity and significantly more healthy omega-3 fats than any other common nut.
This rich nutrient profile contributes to the many health benefits associated with walnuts, such as reduced inflammation and improved heart disease risk factors.
Scientists are still uncovering the many ways that walnuts’ fiber and plant compounds, including polyphenols, may interact with your gut microbiota and contribute to your health.
It’s likely you’ll keep hearing more about walnuts in the years to come as more studies will research their beneficial health effects.
Still, there are plenty of reasons to include them in your diet already today.
13 Proven Health Benefits of Walnuts
1. Rich in Antioxidants
2. Super Plant Source of Omega-3s
3. May Decrease Inflammation
4. Promotes a Healthy Gut
5. May Reduce Risk of Some Cancers
6. Supports Weight Control
7. May Help Manage Type 2 Diabetes and Lower Your Risk
8. May Help Lower Blood Pressure
9. Supports Healthy Aging
10. Supports Good Brain Function
11. Supports Male Reproductive Health
12. Improves Blood Fats
13. Widely Available and Easy to Add to Your Diet